เหยียบเมืองนางฟ้า:นครลอสแอนเจลิสตัวอย่าง แบบ ติดตาม โครงการ

ตัวอย่าง แบบ ติดตาม โครงการ

เหยียบเมืองนางฟ้า:นครลอสแอนเจลิสตัวอย่าง แบบ ติดตาม โครงการ

คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ / ดร.วิวัฒน์ เศรษฐช่วย

แทบไม่น่าเชื่อเลยว่าเมื่อสี่สิบปีก่อน ผมเคยเดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกา ณ ลอสแอนเจลิส ในฐานะนักศึกษาบ้านนอกคนหนึ่ง จากจังหวัดพัทลุง จนในที่สุดได้ประกอบสัมมาอาชีพด้วยการเป็นนักการเงินนักการธนาคารบนผืนแผ่นดินแห่งนี้

และแทบจะไม่น่าเชื่ออีกด้วยว่า สมัยนั้นขณะที่ผมยังเป็นนักศึกษาและได้เข้าไปพักอาศัยอยู่กับครอบครัวของคุณพ่อฝรั่งก็ตาม แต่กลับปรากฏว่า ผมได้พบกับเพื่อนบ้านคนหนึ่งที่เป็นคนไทยด้วยกัน ซึ่งเพื่อนบ้านคนนั้นก็คือ “พี่ณรงค์ วงษ์สวรรค์” นักเขียนรุ่นเดอะแห่ง

“หนังสือพิมพ์สยามรัฐ” โดยทุกๆครั้งที่เรามีโอกาสได้พูดคุยสนทนาท่านก็มักจะเล่าเรื่องการบ้านการเมืองของประเทศไทยให้ผมได้รับฟังอยู่เป็นประจำ!!!

และหากพี่รงค์ได้รับรู้ พี่ก็คงจะร่วมดีใจไปกับผม ที่ขณะนี้ผมได้กลายเป็นคอลัมนิสต์ประจำหนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์มาแล้วสิบปี ตามรอยของพี่ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามสมัยนั้นผมไม่เคยรู้สึกเลยว่าลอสแอนเจลิสเป็นเมืองใหญ่ แต่เนื่องจากขณะนี้มีจำนวนประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา จึงเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า หากนครแห่งนี้เป็นประเทศก็จะเป็นประเทศที่ใหญ่อันดับที่เจ็ดของโลกเลยทีเดียว

อนึ่งการที่ผมต้องเดินทางกลับไปปฏิบัติงานของมหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่และภารกิจส่วนตัวยังเมืองนางฟ้าในครั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องพำนักอยู่นานพอสมควร แต่ก็รู้สึกยินดีที่จะได้มีโอกาสรายงานความเป็นไปของเหตุการณ์ในสหรัฐอเมริกาได้อย่างใกล้ชิดและทันต่อเหตุการณ์มากกว่าเก่า เพื่อให้สมกับชื่อคอลัมน์ “คุยเฟื่องเรื่องต่างประเทศ”

ทั้งนี้ขอเริ่มต้นเล่าถึงบรรยากาศที่สนามบินก่อนที่ผมจะก้าวเท้าเหยียบเข้าสู่ นครลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2021

และเนื่องจากเป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ฉะนั้นคนที่เดินทางเข้าสู่สหรัฐอเมริกาจึงมีค่อนข้างน้อย เป็นผลให้สนามบินของนครลอสแอนเจลิสไม่พลุกพล่านเหมือนดั่งเคย การตรวจเช็กคนเข้าเมืองจึงไม่ค่อยวุ่นวายแสนจะรวดเร็วมาก หากเป็นเมื่อก่อนอาจจะต้องใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ตอนนี้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงการตรวจเช็คทุกๆอย่างก็เสร็จเรียบร้อย

และหากจะพูดเกี่ยวกับคุณภาพอากาศในนครลอสแอนเจลิสแล้วนั้น ผมมีความรู้สึกและสัมผัสด้วยรูจมูกทั้งสองข้างของผมว่า สี่สิบปีก่อนเนื่องจากการจราจรค่อนข้างคับคั่ง จึงมีผลทำให้บริเวณกลางใจเมืองของนครลอสแอนเจลิส ท้องฟ้าค่อนข้างทึบเต็มไปด้วยหมอกควันมลพิษ แต่เดี๋ยวนี้ท้องฟ้าสดใสสะอาดสะอ้าน ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความเอาใจใส่ของชาวอเมริกันที่เขาคำนึงถึงคุณภาพชีวิตเป็นหลัก!!!

และเป็นที่น่าชื่นชมอีกด้วยว่า นครลอสแอนเจลิสยังคงเป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษาของโลก จากสถิติของ California Colleges Key Statistics ปี 2020-2021 ได้ระบุว่า มีมหาวิทยาลัยทั้งของภาครัฐและภาคเอกชนอยู่ถึง 737 แห่ง ซึ่งเป็นของภาครัฐ 192 แห่ง และเป็นของภาคเอกชน 545 แห่ง และมีนักศึกษามากกว่าสองล้านคน

อนึ่งขณะนี้นครลอสแอนเจลิสยังคงเป็นศูนย์กลางด้านไฮเทค และยังมีเมืองอยู่ใกล้ๆกับแอลเอ ชื่อเมืองเอลเชกุนโด (El Segundo) ตั้งอยู่ใกล้ๆกับสนามบินลอสแอนเจลิส ได้กลายเป็นศูนย์ด้านความคิดใหม่ๆและเป็นที่ตั้งของสถาบันวิจัยด้านอวกาศ โดยดาวเทียมและยานพาหนะในอวกาศมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศผลิตในเมืองนี้ แม้กระทั่งเครื่องบินตรวจการณ์ทางอากาศไร้คนขับของ Global Hawk ก็ได้รับการพัฒนา ณ เมืองแห่งนี้

รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่เกี่ยวกับทางด้านเทคโนโลยีต่างๆก็ตั้งอยู่ที่นี่ด้วย อาทิเช่น Raytheon Technologies, Northrop Grumman, Boeing เป็นต้น

นอกเหนือไปจากนั้นนครลอสแอนเจลิสยังเป็นฐานอุตสาหกรรมด้านการเงินการธนาคาร เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ การแพทย์และยังเป็นศูนย์กลางด้านการบันเทิงอีกด้วย

ปัญหาด้านการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นับว่าเป็นประเด็นใหญ่ของสังคมอเมริกัน นอกจากจะสร้างวิกฤตทางเศรษฐกิจแล้ว ก็ยังสร้างวิกฤตด้านสาธารณสุขเป็นอย่างมาก

การกระตุ้นเศรษฐกิจก็นับเป็นเรื่องใหญ่ด้วยเช่นกัน โดยนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องกันว่า รัฐบาลจำต้องให้เงินเยียวยากับอเมริกันชนที่กำลังเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ว่างงาน ผู้ที่ไม่มีเงินผ่อนบ้าน ไม่มีเงินชำระเครดิตการ์ดและไม่มีแม้กระทั่งเงินจะซื้ออาหารเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง!!!

และตามสถิติสำมะโนครัว เมื่อปี 2020 ระบุเอาไว้ว่า มณฑลลอสแอนเจลิส มีประชากรที่มีเชื้อสายเป็นชาวเอเชียถึง 14% และส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนมากที่สุด

ส่วนสถิติของคนไทยนั้น เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จประพาสแอลเอเมื่อปี 1967 ซึ่งผมเพิ่งเข้าไปเป็นนักศึกษาปีหนึ่งของ Pepperdine University และมีคนไทยพำนักอาศัยอยู่ในแอลเอประมาณห้าร้อยกว่าคน ครั้งนั้นเมื่อได้รับทราบข่าวพวกเราพี่น้องชาวไทยแสนจะยินดีต่างร่วมมือร่วมใจเข้าเฝ้าฯพระองค์ท่านกันอย่างพร้อมเพรียง!!!

และเมื่อปี 1982 ครั้งที่ผมทำงานในธนาคารและได้ให้บริษัท California Research Corporation ทำการสำรวจพบว่า ขณะนั้นมีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 85,000 คน ส่วนขณะนี้ผมประเมินว่าอาจจะมีคนไทยในนครลอสแอนเจลิสและเมืองใกล้เคียงมากกว่าสามแสนคน ส่วนสถิติของรัฐบาลสหรัฐฯคงจะน้อยกว่าแน่ๆ เพราะยังมีพี่น้องคนไทยที่ไม่ได้ถูกนับอย่างเป็นทางการอีกจำนวนมาก แต่ค่อนข้างแน่นอนว่า นครลอสแอนเจลิสคือที่ๆมีคนไทยอาศัยอยู่นอกประเทศมากที่สุด

และเป็นที่แน่นอนว่า พี่น้องชาวจีนอาศัยอยู่ในนครลอสแอนเจลิสมากกว่าชนชาติอื่นๆ โดยผมสังเกตเห็นว่า เฉพาะเมือง “Alhambra” ที่ผมกำลังพักอาศัยอยู่ในขณะนี้ ส่วนใหญ่แล้วเป็นคนจีนแทบทั้งสิ้น แม้แต่เจ้าของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในเมืองนี้ ก็เป็นคนจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่พำนักอาศัยของคนผิวขาวที่มีฐานะดี แต่เมื่อคนจีนอพยพเข้าไปมากขึ้น คนผิวขาวเจ้าของท้องถิ่นก็ค่อยๆโยกย้ายออกไป จนได้กลายเป็นเมืองของชาวจีนไปโดยอัตโนมัติ

หรือแม้ Cathay Bank ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1962 ซึ่งตอนแรกๆนั้น ธนาคารแห่งนี้มุ่งบริการคนจีนโดยเฉพาะ แต่กลับปรากฏว่าขณะนี้สามารถขยายกิจการออกไปทั่วทุกมุมโลก โดยแรกเริ่มเดิมที่ “ไมเคิล วู” ลูกชายของผู้ก่อตั้งธนาคารแห่งนี้ ผันตัวเป็นนักการเมือง ที่เขาจบด้านผังเมืองจากเบิร์กลีย์และฮาร์วาร์ด อีกทั้งนักการเมืองท่านนี้เคยอุทิศตน รับใช้สังคมไทยในนครลอสแอนเจลิส มาเป็นเวลายาวนาน ต่อมาท่านได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของผม และเนื่องจากท่านไม่ชอบนั่งนับแบงค์ดอลลาร์อยู่ในธนาคาร ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว ในที่สุดท่านจึงผันตัวไปยึดอาชีพเป็นนักวิชาการมหาวิทยาลัย!!!

สำหรับการช่วยเหลือเกี่ยวกับด้านเงินเยียวยาและการช่วยเหลือคนว่างงานนั้น ได้กลายเป็นประเด็นใหญ่ทอล์ ออฟ เดอะ ทาวน์ ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยตอนแรกๆประธานาธิบดีทรัมป์ ต้องการจะช่วยเหลืออุตสาหกรรมด้านการผลิตเครื่องบินเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อถูกต่อต้านมากขึ้น เขาจึงยอมเซ็นอนุมัติเงินเยียวยาก้อนแรกแก่คนอเมริกันที่ค้างค่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ผ่อนบัตรเครดิต

และจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ปรากฏว่ามีผลทำให้เศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากการกล่าวปราศรัยเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2021 นี้ ที่ได้เปิดเผยว่า มีจำนวนของผู้ที่ได้งานทำเพิ่มสูงขึ้นในเดือนสิงหาคมมากถึง 235,000 คน และจำนวนคนว่างงานลดลงเหลือเพียง 5.2% นับเป็นสถิติจำนวนผู้ว่างงานต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน ส่วนเงินเยียวยารอบสี่ของรัฐบาลกลางนั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในสภาคองเกรส ส่วนจะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้นยังไม่ค่อยแน่นอน

กล่าวโดยสรุปทั้งนี้และทั้งนั้นโดยภาพรวมแล้วผมเล็งเห็นว่านครลอสแอนเจลิส แม้ขณะนี้จะมิได้เป็นเมืองขุดทองเหมือนดั่งแต่เก่าก่อนก็ตาม แต่สำหรับผู้ที่หวังและต้องการความก้าวหน้าโอกาสก็ยังคงมีอยู่ สำหรับโอกาสด้านการลงทุนยังคงมีอยู่สูง ส่วนตลาดด้านอสังหาริมทรัพย์ก็นับเป็นตัวชี้วัดสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา และผมค่อนข้างมั่นใจที่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านครลอสแอนเจลิสจะกลายเป็นดินแดนนางฟ้าที่ทั่วโลกต้องการจะเดินทางไปเยือนและมุ่งไปลงทุนได้อีกครั้งหนึ่งอย่างแน่นอนละครับ

ตัวอย่าง แบบ ติดตาม โครงการ เหยียบเมืองนางฟ้า:นครลอสแอนเจลิส

เกี่ยวกับผู้เขียน: aphelon