"สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด"มองศก.ไทยเริ่มฟื้นหลังเปิดประเทศคาดจีดีพีปี65โต3%ชี้ตลาดยังผันผวนคลังไฟฟ้า เชียงใหม่

คลังไฟฟ้า เชียงใหม่

"สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด"มองศก.ไทยเริ่มฟื้นหลังเปิดประเทศคาดจีดีพีปี65โต3%ชี้ตลาดยังผันผวนคลังไฟฟ้า เชียงใหม่

นายทิม ลีฬหะพันธุ์ นักเศรษฐศาสตร์ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย)เปิดเผยว่า ธนาคารคาดการณ์จีดีพีปี 2565 ที่ระดับ 3% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปีนี้ โดยมองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมี 3 ปัจจัยที่ต้องตามติดหลังการเปิดประเทศคือ ภาคท่องเที่ยวหลังจากเปิดประเทศ ซึ่งหากมีการควบคุมโควิด-19 ได้ดีมีนักท่องเที่ยวเข้าประเทษได้ 5-6 ล้านคนจะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศกลับมาสู่ภาวะสมดุล รวมถึงภาคการส่งออกซึ่งส่วนนี้ยังมีการขยายตัวต่อเนื่องโดยขณะนี้มีอัตราการเติบโตที่ 15%จากปลายปีก่อน และด้านการบริโภคหลังจากเปิดประเทศ

สำหรับในปี 2565 นโยบายทางการคลังยังคงเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 น่าจะมีการกระตุ้นในภาคการบริโภคและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โครงการการลงทุนต่างๆ น่าจะกลับมาเดินหน้าต่อ ซึ่งมีโอกาสต่อยอดการเติบโตของเศรษฐกิจได้มากขึ้นอีก

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ต้องจับตามองในปีหน้าจะอยู่ที่นโยบายทางการเงินแทน โดยตลาดอาจตั้งคำถามว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของภาคธุรกิจไว้ได้อย่างไร ในขณะที่ธนาคารกลางประเทศอื่นๆเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายกันบ้างแล้ว ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวจะทำให้ตลาดเงินมีความผันผวน

“อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในหลายประเทศ เป็นแรงกดดันให้เริ่มมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ประเทศไทยเรามองว่าอัคราเงินเฟ้อจะทะลุ 2% ในปีหน้า แต่ระดับดังกล่าวถือว่ายังอยู่ในกรอบที่แบงก์ชาติวางไว้ที่ 1-3% แต่การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ระดับต่ำ ขณะที่ทิศทางอัตราดอกเบี้ยโลกปรับขึ้นก็จะมีแรงกดดัน และทำให้ตลาดเงินมีความผันผวนมากขึ้น”

ขณะที่ด้านเงินบาทธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 จะอยู่ในกรอบ 31-32 บนปัจจัยบวกต่างๆ ซึ่งรวมถึงการเปิดประเทศ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ขณะที่ ณ สิ้นปีนี้ คาดการณ์เงินบาทที่ระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ทั้งนี้มีปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในประเทศหลายประการที่จะส่งผลต่อความผันผวนของค่าเงินบาทในปี 2565 ไม่ว่าจะเป็นแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ความสัมพันธ์สหรัฐ-จีน จะกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งในยุคหลังโควิด

สำหรับปัจจัยภายในประเทศที่ต้องจับตามองคือพัฒนาการทางการเมือง และสถานการณ์โควิด-19 หลังเปิดประเทศ โดยขณะนี้นักลงทุนเริ่มมองปัจจัยอื่นๆในช่วงหลังโควิด-19 เช่น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไหม โดยจะส่งผลต่อเสถียรภาพด้านราคา หรือภาวะเงินเฟ้อไหม รวมทั้งจับตาดูว่าการท่องเที่ยวจะฟื้นกลับมาได้อย่างที่คาดการณ์ไว้หรือไม่

นอกจากนี้มีความท้าทายเชิงโครงสร้างในแง่ที่ว่า รัฐบาลจะสามารถดึงดูดภาคธุรกิจทั้งในและต่างประเทศให้ลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นได้อย่างไร และการแสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC อย่างชัดเจน

คลังไฟฟ้า เชียงใหม่ "สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด"มองศก.ไทยเริ่มฟื้นหลังเปิดประเทศคาดจีดีพีปี65โต3%ชี้ตลาดยังผันผวน

เกี่ยวกับผู้เขียน: aphelon