เพิ่มเสาค้ำยันเศรษฐกิจsexcy

sexcy

เพิ่มเสาค้ำยันเศรษฐกิจsexcy

นับถอยหลังอีกไม่กี่วัน ประเทศไทยจะเปิดประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทั้งในด้านการท่องเที่ยว และเปิดรับการทำธุรกิจในประเทศไทย

มีเสียงวิจารณ์รัฐบาลต้องการหารายได้จากการท่องเที่ยว ทำให้ไทยต้องพาประเทศฝ่าวิกฤติโควิดท่ามกลางความเสี่ยงนี้

อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตของนายสันติ กีระนันทน์ อดีตกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กตอนหนึ่งว่า โครงสร้างเศรษฐกิจของไทยพึ่งพาการท่องเที่ยวมากเกินไป โดยให้เหตุผลว่าในปี 2562 ก่อนที่โลกใบนี้จะเกิดวิกฤติโรคระบาด COVID-19 ที่ทำให้การเดินทางข้ามพรมแดนหยุดชะงักลงนั้น ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยสร้างรายได้ให้ประเทศไทยประมาณร้อยละ 20 ของ GDP หรือเป็นเงินประมาณ 3 ล้านล้านบาท โดย 1.9 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวนั้น น่าจะนับเพียงรายได้ทางตรงจากภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังไม่ได้นับถึงผลกระทบลูกโซ่อันเนื่องมาจากการทำงานของตัวคูณในระบบเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องมาจากห่วงโซ่อุปทานของภาคท่องเที่ยว ดังนั้น เมื่อภาคท่องเที่ยว (ทั้งจากนักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ) สะดุดหยุดลง จึงส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยทั้งระบบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนั้น จำนวนคนที่ทำมาหากินโดยตรงอยู่ในภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้น น่าจะมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 ล้านคน โดยถึงไตรมาสที่ 3 ในปี 2564 นี้ มีผู้ตกงานออกจากภาคการท่องเที่ยวไปแล้วไม่น้อยกว่า 3 ล้านคน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 71 ของคนที่มีอาชีพในการการท่องเที่ยว ซึ่งนั่นหมายความว่า ผู้คนเหล่านั้นจะกลายเป็นผู้ที่ขาดรายได้หลักจากการประกอบอาชีพของตนเองไป

ความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยภายใต้โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จึงเป็นความพยายามในการปลุกสัดส่วนร้อยละ 37 ของรายได้จากการท่องเที่ยว (หรือประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท) จากนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งเมื่อมีตัวคูณในระบบเศรษฐกิจทำงานควบคู่กันไปด้วย ก็น่าจะสร้างความเคลื่อนไหวในระบบเศรษฐกิจได้พอสมควร

อย่างไรก็ดี การใช้มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐนั้น อาจจะนับได้ว่าเป็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นหรือเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ซึ่งแม้ว่าในที่สุดแล้ว หากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวดังกล่าวประสบความสำเร็จ และนักท่องเที่ยวต่างประเทศกลับมาเที่ยวประเทศไทยแล้ว ก็คงจะสร้างรายได้ให้แก่คนในภาคการท่องเที่ยวได้อีกครั้ง และเศรษฐกิจก็อาจจะกลับมาเติบโตได้อีกครั้งหนึ่ง แต่หากพิจารณาให้ชัดเจนแล้ว ก็จะเห็นได้ว่า ความเสี่ยงในเสถียรภาพทางเศรษฐกิจก็ยังคงอยู่เช่นเดิม เพราะเกิดการกระจุกอยู่ที่ภาคการท่องเที่ยว และหากเกิดเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ภาคการท่องเที่ยวสะดุดลงอีกครั้งหนึ่ง ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาการชะลอตัวทางเศรษฐกิจอีกนั่นเอง

กระนั้น นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวตอนหนึ่งในปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “นโยบายเศรษฐกิจจาก Pandemic สู่ Endemic” ถึงแนวการหารายได้ประเทศ 4 แนวทาง คือ 1.ปฏิรูปโครงสร้างการจัดเก็บรายได้ 2.การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น 3.การปรับโครงสร้างประชากร และ 4.การสร้างการเติบโตของเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี

แม้ภาคท่องเที่ยวจะเป็นการหารายได้หลัก แต่ภาคเศรษฐกิจอื่นก็ต้องเร่งขับเคลื่อน เพิ่มเสาค้ำยันเศรษฐกิจให้แข็งแรงเพิ่มขึ้น เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและปากท้องประชาชน

sexcy เพิ่มเสาค้ำยันเศรษฐกิจ

เกี่ยวกับผู้เขียน: aphelon

แนะนำให้คุณ